ธนาคาร
LEE Café แจกจริง!!! กับโปรโมชั่น “อิ่มบ่อย อร่อยฟรี ที่ลีคาเฟ่ & ลีคิทเช่น” พร้อมยังคืนกำไร อีก 2 ต่อ LEE Café แจกจริง!!! กับโปรโมชั่น “อิ่มบ่อย อร่อยฟรี ที่ลีคาเฟ่ & ลีคิทเช่น” พร้อมยังคืนกำไร อีก 2 ต่อ จากLee Café -VOX -HSBC
จำนวนผู้เข้าชม 3471 คน

LEE Café แจกจริง!!! กับโปรโมชั่น “อิ่มบ่อย อร่อยฟรี ที่ลีคาเฟ่ & ลีคิทเช่น” พร้อมยังคืนกำไร อีก 2 ต่อ LEE Café แจกจริง!!! กับโปรโมชั่น “อิ่มบ่อย อร่อยฟรี ที่ลีคาเฟ่ & ลีคิทเช่น” พร้อมยังคืนกำไร อีก 2 ต่อ จากLee Café -VOX -HSBC

 
LEE café ครัวจีนทันสมัย สไตล์โมเดิร์นไชนีส ในกลุ่มเดอะลีแฟมิลี่ ขอแสดงความยินดีกับนางสาวสุทารัตน์ ทองแก้วและเพื่อนๆ ที่ได้รับโบนัสพิเศษกับโปรโมชั่น “อิ่มบ่อย อร่อยฟรี ที่ลีคาเฟ่ & ลีคิทเช่น” ลี คาเฟ่ และ ลี คิทเช่น จัดโปรแกรมพิเศษนี้ขึ้นเพื่อคืนกำไรให้กับลูกค้าของเดอะลีแฟมิลี่ เท่านั้น ซึ่งคุณก็สามารถเป็นผู้ได้รับโบนัสใจดีอย่างนี้ได้เช่นกัน เพียงมาอิ่มบ่อยที่ลี คาเฟ่ 400 บาท รับแสตมป์ 1 ดวง สะสมครบ 10 ดวง อร่อยฟรีทันที ที่ ลี คิทเช่น กับชุด Happy Healthy Set หรือเลือกจ่ายเพิ่มเพียง 1,000 บาท อิ่มอร่อยกับชุดอาหารสุดหรู Happy Wealthy Set พร้อมส่วนลด และของสมนาคุณมากมาย ตั้งแต่วันนี้ – 31 พฤศจิกายน 2553 LEE café ครัวจีนทันสมัย สไตล์โมเดิร์นไชนีส ยังใจดีมอบโชคต่อพิเศษ โดยจับมือ บริษัท วอกซ์ ไอที ไลฟ์ สไตล์ ดอท คอม จำกัด และธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย คืนกำไรให้ลูกค้าครั้งยิ่งใหญ่โดย เมื่อรับประทานอาหารครบทุก 350 บาท และชำระเงินผ่านบัตรเครดิต HSBC รับแสตมป์ฟรี 1 ดวง พร้อมส่วนลดสูงสุด 12% สะสมแสตมป์ครบตามเงื่อนไข แลกรับของสมนาคุณพิเศษฟรีกับ VOX สินค้าไอที ไลฟ์สไตล์ทันสมัย อิ่ม..อร่อยสุดคุ้มง่ายๆ ได้ที่ลีคาเฟ่ ทั้ง 6 สาขา ได้แก่ อาคารคิวเฮ้าส์ ลุมพินี ชั้น G, เอราวัณ แบ็งค็อก ชั้น LG, เอสพลานาด ชั้น B, เพลินจิต เซ็นเตอร์ ชั้น 1, ท็อปมาร์เก็ตเพลส สีลม ชั้น 1 และลีคาเฟ่ แอทนัมเบอร์วัน คิมเฮ้าส์ ลุมพินี
 
 

HSBC issues first RMB cashier’s order in Hong Kong

 
HSBC today announced the issuance of its first RMB cashier’s order in Hong Kong on behalf of a local SME customer Hung Fook Tong Holdings Limited, the largest herbal tea group in Hong Kong. The issuance of Hong Kong’s first RMB cashier’s order is consistent with HSBC’s strategy of providing customers with a wider range of guaranteed RMB payment options.
Albert Chan, HSBC’s Head of Commercial Banking Hong Kong, said, “The development of RMB investment products and increasing cross-border settlement in RMB in Hong Kong is gaining traction and remains an initiative fully supported by HSBC. As penetration of RMB products and increased trade settlement are likely to gather momentum, customers will demand increased options from banking partners. The availability of RMB Cashier’s Order meets demand for RMB payment solutions that are both flexible and convenient.”
Customers who are interested in purchasing an RMB cashier’s order can make it through our HSBC branches or complete an application form online at   .
John Laurens, Head of Global Payments and Cash Management, Asia Pacific, emphasised HSBC’s commitment to anticipating client RMB product needs, “By taking a lead role and investing in RMB product development, HSBC ensures that our clients are able to take immediate advantage of new opportunities created by the liberalisation of the RMB.”
Similar to traditional cashier’s orders, HSBC’s RMB cashier’s order provides customers with a streamlined method for guaranteeing payments without requiring beneficiary account numbers. The service benefits customers in Hong Kong by providing a secure, immediate, and cost effective platform that initiates payments and minimises risks associated with cash settlement. Furthermore, HSBC’s RMB cashier’s orders offer customers the additional convenience of not maintaining an RMB current account. The payment service can also be utilised by customers to subscribe RMB IPO, effect insurance premium payments, local vendor payments, as well as salary payments.
 
 

HSBC VISA PLATINUM AND PREMIER MASTERCARD MEMBERS ENJOY 5% CASH BACK AND A ROUND-TRIP TICKET TOHONG KONG IN CELEBRATION OF CHINESE NEW YEARAT CENTRAL DEPARTMENT STORE

 
HSBC VISA PLATINUM AND PREMIER MASTERCARD MEMBERS ENJOY 5% CASH BACK AND A ROUND-TRIP TICKET TOHONG KONG IN CELEBRATION OF CHINESE NEW YEARAT CENTRAL DEPARTMENT STORE
 
HSBCcredit card is offering an exclusive shopping privilege to its card members to celebrate Chinese New Year. HSBC cardholders will enjoy 5% cash back for every 2,000 baht purchase per sale slip at any Central department store. Exclusively for HSBC Visa Platinum and Premier MasterCard members, they will receive a round-trip air ticket to Hong Kong up to two seats worth 25,600 baht for an accumulated spending of 100,000 baht per card per day. The privilege is valid from now until 15 February 2011.
Media enquiries to Varanandha Sutthapreeda on 0-2614-4609 or Savittree Muadmuang on 0-2614-4606.
 

เอชเอสบีซี เผยตลาดเกิดใหม่เติบโตเร็วในไตรมาส 4/2010 แต่เผชิญความท้าทายจากภาวะเงินเฟ้อในปี 2011

 
ประเด็นสำคัญดัชนีตลาดเกิดใหม่ ไตรมาส 4/2010:
  • ดัชนีตลาดเกิดใหม่ของเอชเอสบีซี (HSBC Emerging Markets Index) เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 55.7 ในไตรมาส 4/2010 ซึ่งเป็นผลจากการฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรม
  • อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศยุโรปตะวันออก อินเดีย และจีน เติบโตเร็วที่สุด
  • อัตราเงินเฟ้อของราคาวัตถุดิบ พุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบสองปีครึ่ง ขณะที่ระบบห่วงโซ่อุปทานยังมีปัญหา
  • ผลผลิตและธุรกิจใหม่ในตลาดเกิดใหม่มีอัตราเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในไตรมาส 4/2010
  • ปริมาณออร์เดอร์ส่งออกโตเร็วขึ้น แต่ยังน้อยกว่าที่เคยสูงสุดในไตรมาส 1/2010
ดัชนีตลาดเกิดใหม่ของเอชเอสบีซี (HSBC Emerging Markets Index หรือ HSBC EMI) ระบุว่า เศรษฐกิจของกลุ่มตลาดเกิดใหม่ขยายตัวในอัตราที่เร็วขึ้นในไตรมาส 4/2010 ฟื้นจากการชะลอตัวชั่วคราวในไตรมาส 3/2010 และทำให้ช่องว่างของการเติบโตเศรษฐกิจระหว่างกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วและกลุ่มตลาดเกิดใหม่เด่นชัดยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม เงินเฟ้อที่เกิดจากต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น (input cost inflation) เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่กระทบต่อการเติบโตเศรษฐกิจของกลุ่มตลาดเกิดใหม่ในปี 2011 ด้วยอัตราเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้นอย่างรวดเร็วที่สุด นับตั้งแต่ไตรมาส 2/2008 ซึ่งดัชนี HSBC EMI ได้เคยรายงานไว้ตั้งแต่ไตรมาส 1/2010 ปัญหาเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นทำให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ถีบตัวสูงขึ้น นอกจากนี้ ผลกระทบจากนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายในสหรัฐอเมริกา และปริมาณสต็อกสินค้าของผู้ประกอบการที่มีอยู่น้อย ทำให้การส่งมอบสินค้าล่าช้าและมีราคาสูงขึ้น
ดัชนี HSBC EMI ขยับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 55.7 ในไตรมาส 4/2010 เพิ่มจาก 54.2 ของไตรมาสก่อน จากค่าเฉลี่ยที่ทรงตัวในระดับต่ำที่ 54.7 ในช่วง 5 ไตรมาสที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นก็ยังช้ากว่าที่เคยเติบโตในไตรมาส 4/2009 และครึ่งแรกของปี 2010
อัตราการเติบโตเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นในประเทศตลาดเกิดใหม่ เป็นผลจากการฟื้นตัวของภาคการผลิต ขณะที่การเติบโตของภาคบริการทรงตัวในไตรมาสสุดท้ายของปี 2010 ทั้งนี้ทำให้อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจภาคการผลิตและภาคบริการอยู่ในระดับเกือบเท่ากัน
มร. สตีเฟน คิง หัวหน้าเศรษฐกร ธนาคารเอชเอสบีซี กล่าวว่า “การเติบโตทางเศรษฐกิจของตลาดเกิดใหม่ฟื้นตัวดีขึ้นอย่างมากหลังจากชะลอตัวไปช่วงหนึ่งในไตรมาส 3/2010 โดยเป็นการกลับมาสู่แนวโน้มการเติบโตระยะยาว ซึ่งเป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของผลผลิตภาคอุตสาหกรรม และการที่ตลาดเกิดใหม่เหล่านี้มีการค้าระหว่างกันมากขึ้น อาจทำให้เราได้เห็น “ยุคทอง” ของตลาดเกิดใหม่ เช่นเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นกับประเทศพัฒนาแล้วในช่วงทศวรรษที่ 1950-1960 ที่การค้าระหว่างประเทศเจริญรุ่งเรืองและอัตราภาษีลดต่ำลง ถ้าตลาดเกิดใหม่เหล่านี้สามารถร่วมมือกันลดระดับอัตราภาษีที่มีอยู่ เราอาจได้เห็นการเติบโตอย่างมหาศาลของการค้าโลกก็เป็นได้”
“ขณะเดียวกัน ก็มีความวิตกกังวลที่ตามมาจากปัญหาเงินเฟ้อ เป็นครั้งแรกที่ต้นทุนและราคาสินค้าซึ่งเป็นองค์ประกอบของดัชนี HSBC EMI พุ่งขึ้นแตะระดับที่น่าเป็นห่วง นับจากที่ราคาอาหารและพลังงานที่ทะยานสูงขึ้นในช่วงต้นปี 2008 เคยส่งผลกระทบที่น่ากลัวมาแล้ว ผู้กำหนดนโยบายของประเทศตลาดเกิดใหม่จะสามารถชะลอภาวะเงินเฟ้อได้หรือไม่ เป็นหนึ่งในปัญหาใหญ่สำหรับนักลงทุนในปี 2011 เนื่องจากประเทศเหล่านี้ส่วนใหญ่ยังไม่อยากปล่อยค่าเงินลอยตัวและปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้น ดังนั้น จึงต้องหันมาจับตาผลกระทบของมาตรการ “ควบคุมเชิงปริมาณ” เช่น กรณีที่จีนและฮ่องกงพยายามจำกัดปริมาณสินเชื่อ”
ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเพิ่มสูงขึ้นทั่วกลุ่มประเทศยุโรปตะวันออก โดยเฉพาะสาธารณรัฐเชค โปแลนด์ และตุรกีมีอัตราการเติบโตสูงมากในไตรมาส 4/2010 ส่วนจีนและอินเดียมีอัตราขยายตัวทางเศรษฐกิจที่สูงและรวดเร็วที่สุดในช่วง 3 ไตรมาส ขณะที่ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมในไต้หวันเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย และคงที่ในเกาหลีใต้
ผลประกอบการของบริษัทผู้ผลิตในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ปรับตัวดีขึ้นสอดคล้องกับการขยายตัวของออเดอร์ส่งออก ในบรรดาตลาดเกิดใหม่ขนาดใหญ่ 4 ประเทศ พบว่า อินเดียมีการขยายตัวของธุรกิจส่งออกสูงที่สุด จีนขยายตัวเพียงเล็กน้อย แต่บราซิลและรัสเซียกลับมีการส่งออกลดลง
ส่วนภาคธุรกิจบริการของตลาดเกิดใหม่ อินเดียยังคงขยายตัวได้ดี แม้ว่าอัตราการเติบโตจะอ่อนตัวลงมาอยู่ในระดับต่ำในช่วง 4 ไตรมาส ขณะที่จีนมีอัตราการเติบโตที่ชะลอตัวลง (ในช่วง 8 ไตรมาส) ส่วนในรัสเซียขยายตัวในอัตราเร่งมากขึ้นมาตลอดช่วง 3 ไตรมาส และบราซิลขยายตัวเพียงเล็กน้อยในไตรมาส 4/2010
มร. เฟรเดอริก นิวมานน์ หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์เศรษฐกิจเอเชีย ธนาคารเอชเอสบีซี กล่าวว่า “ในปี 2011 เศรษฐกิจของกลุ่มตลาดเกิดใหม่จะยังคงขยายตัวในอัตราสูงกว่าประเทศพัฒนาแล้ว สะท้อนถึงการเข้าสู่ยุคใหม่ที่โลกได้แบ่งออกเป็น 2 ส่วน โดยเอเชียได้เข้าสู่วัฎจักรของการเติบโตที่พึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน ซึ่งจีนได้มีบทบาทสำคัญแทนที่สหรัฐอเมริกา ในฐานะเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจโลก ที่สำคัญกว่านั้นคือ การเติบโตเศรษฐกิจยังคงหมุนเวียนอยู่ภายในประเทศต่างๆ ในแถบเอเชีย โดยฮ่องกง ไต้หวัน เกาหลี และกลุ่มประเทศอาเซียน เช่น สิงคโปร์ เริ่มมีอัตราการขยายตัวเศรษฐกิจที่ดีขึ้น แสดงถึงความมั่นคงทางเศรษฐกิจของกลุ่มตลาดเกิดใหม่ในขณะที่เศรษฐกิจในโลกตะวันตกยังคงไม่แน่นอน”
อย่างไรก็ตาม ภาวะเงินเฟ้อที่เกิดจากต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น เร่งตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วมากนับตั้งแต่ไตรมาส 2/2008 ซึ่งจะเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเติบโตเศรษฐกิจในระยะต่อไป เมื่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์ถีบตัวถึงระดับสูงสุด ก่อนจะลดลงมาในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจทั่วโลก ดัชนีราคาต้นทุนสินค้าไต่ระดับขึ้นเกือบ 6 จุดจากไตรมาสก่อนหน้า ทำให้แรงกดดันจากเงินเฟ้อทวีความรุนแรงอย่างรวดเร็วในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ ผู้ผลิตต้องรับสภาพต้นทุนสินค้าที่สูงขึ้นในไตรมาส 4/2010 ซึ่งอัตราเงินเฟ้อที่เกิดจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น พุ่งสูงสุดในรอบ 10 ไตรมาส ส่วนผู้ประกอบธุรกิจด้านบริการมีต้นทุนเพิ่มขึ้นในอัตราที่ช้ากว่าของผู้ผลิต แต่เงินเฟ้อในภาคบริการยังคงเพิ่มขึ้นในอัตราที่รวดเร็วที่สุดนับจากไตรมาส 3/2008 เป็นต้นมา
ดัชนีตลาดเกิดใหม่ในไตรมาส 4/2010 ที่ธนาคารเอชเอสบีซีจัดทำ ยังมีบทวิเคราะห์เพิ่มเติมเรื่องแนวโน้มที่เกิดขึ้นในปี 2010 ข้อมูลความสัมพันธ์ระหว่างดัชนี EMI และ GDP ในภาพรวม ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ดัชนี EMI ระบุว่ากลุ่มตลาดเกิดใหม่มีอัตราการเติบโตเศรษฐกิจที่ระดับ 8% ต่อปี ในไตรมาสสุดท้ายของปี 2010 ลดลงจากที่เคยขึ้นไปสูงสุดที่ 9.6% ในไตรมาส 1/2010
ปัจจัยด้านการบริโภคภายในประเทศ และการส่งออก ส่งผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แตกต่างกันในปี 2010 ดัชนี HSBC EMI ชี้ว่าความต้องการบริโภคภายในประเทศช่วยกระตุ้นการเติบโตเศรษฐกิจของกลุ่มตลาดเกิดใหม่ ขณะที่การบริโภคภายในประเทศของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วได้รับผลกระทบจากภาวะการว่างงาน การตัดทอนงบประมาณของภาครัฐ และหนี้สินภายในครัวเรือน
ข้อมูลจากดัชนี HSBC EMI ยังระบุว่า การบริโภคภายในประเทศของกลุ่มตลาดเกิดใหม่ในปี 2010 ปรับตัวดีขึ้นเทียบกับโลกตะวันตก เนื่องด้วยตลาดแรงงานที่เติบโตดี อย่างไรก็ตาม เริ่มมีสัญญาณว่าการบริโภคภายในประเทศของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วอาจจะเริ่มฟื้นตัวในไม่ช้าจากตัวเลขการจ้างงานที่ดีขึ้น
ดัชนี HSBC EMI ระบุไว้ตั้งแต่ไตรมาส 4/2009 ว่า แรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจโลกได้เคลื่อนย้ายสู่โลกตะวันออก เนื่องจากตลาดเกิดใหม่มีการพึ่งพาทางการค้าต่อกันมากขึ้น เห็นได้ชัดจากปริมาณการค้าระหว่างประเทศที่กำลังพัฒนาด้วยกันเอง ความสัมพันธ์ทางการค้าเช่นนี้จะทำให้ “เส้นทางสายไหม” ที่เคยรุ่งเรืองในอดีต กลับมาเป็นช่องทางเชื่อมโยงการค้ากับประเทศพัฒนาแล้วอีกครั้ง ซึ่งจะเพิ่มศักยภาพให้กลุ่มตลาดเกิดใหม่ก้าวเข้าสู่ยุคทองในทศวรรษหน้า
ดัชนี HSBC EMI เป็นดัชนีรายไตรมาส คำนวณโดยใช้ฐานข้อมูล Purchasing Managers’ Index (PMI) พัฒนาโดย Markit ซึ่งเป็นบริษัทผู้ให้บริการข้อมูลทางการเงินทั่วโลก ธนาคารเอชเอสบีซี ได้ร่วมมือกับ Markit ในปี 2009 เพื่อสนับสนุนและร่วมพัฒนาดัชนี PMI ในกลุ่มตลาดเกิดใหม่หลายแห่ง
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ วรนันท์ สุทธปรีดา, สาวิตรี
 
 

กทม.จับมือ HSBC สร้างห้องสมุดสีเขียว แหล่งการเรียนรู้ ต้นแบบการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและลดโลกร้อน

 
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย มร.วิลลี แทม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธนาคารHSBC ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ(MOU)โครงการห้องสมุด สีเขียว ระหว่างกรุงเทพมหานครและธนาคาร HSBC เพื่อร่วมกันสร้างกรุงเทพมหานครให้เป็นมหานครแห่งการอ่าน สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์การบริหารราชการของกรุงเทพมหานครด้านการศึกษาตามอัธยาศัยแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตและสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ประกาศให้การอ่านเป็นวาระแห่งชาติ
สำหรับโครงการห้องสมุดสีเขียวแห่งแรกของประเทศไทยนี้ตั้งอยู่ ณ สวนเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษาสมเด็จ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ภายในชุมชนร่มเกล้า เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร และมีชุมชนโดยรอบมากกว่า 16 ชุมชน และมีประชากรอาศัยอยู่กว่า 26,000 คน หรือ 9,193 ครัวเรือน ซึ่งห้องสมุดสีเขียวแห่งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อเด็ก เยาวชนและประชาชนในชุมชนและพื้นที่ใกล้เคียง ได้มีแหล่งศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมและเป็นศูนย์กลางให้เด็กและเยาวชนใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ โดยธนาคาร HSBC ได้ริเริ่มการจัดทำโครงการพร้อมสนับสนุนงบประมาณหลักสำหรับการก่อสร้าง กรุงเทพมหานครจัดหาพื้นที่สำหรับพัฒนาโครงการ รวมถึงหนังสือในห้องสมุด และตกแต่งภายในบางส่วน ทั้งนี้อาคารห้องสมุดสีเขียวมีการออกแบบโครงสร้างพิเศษเพื่อลดการใช้พลังงาน อีกทั้งเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ที่ช่วยประหยัดพลังงานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยเป็นการออกแบบและก่อสร้างตามหลัก LEED ซึ่งเป็นมาตรฐานการรับรองของสภาอาคารสีเขียว(Green Building Council) ประเทศสหรัฐอเมริกา และเป็นมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมและลดภาวะโลกร้อนของกรุงเทพมหานครอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ ยังเป็นอาคารต้นแบบให้ประชาชนทั่วไปได้ศึกษาวิธีการการประหยัดพลังงานและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในการใช้ชีวิตประจำวันอีกด้วย โดยเมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จ ในเดือนธันวาคม 2553 ธนาคาร HSBC จะส่งมอบให้กรุงเทพมหานครบริหารจัดการและบำรุงรักษาเพื่อประโยชน์ของประชาชนต่อไป
 
 

HSBC โว ครองแชมป์สินเชื่อ ธุรกิจ ต่างชาติ

 
ธนาคาร เอชเอสบีซี ประเทศไทยเปิดตัว "แมทธิว ล็อบเนอร์" ประธานบริหารคนใหม่ พร้อมเผยวิสัยทัศน์ บุกตลาดด้านสินเชื่อธุรกิจระหว่างประเทศ...

วันที่ 3 มี.คม. ธนาคาร เอชเอสบีซี ประเทศไทยจัดงานเปิดตัวประธานผู้บริหารชาวอังกฤษคนใหม่ นายแมทธิว ล็อบเนอร์ ณ โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์

นายแมทธิว มองว่าประเทศไทยมีปัจจัยที่เอื้อต่อการลงทุนหลายด้าน และมีอัตตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจสูง ซึ่งสามารถวัดได้จากค่าจีดีพี ที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 8% ฉะนั้นไทยจึงเป็นฐานการลงทุนที่สำคัญในภูมิภาคอาเซียน และยังคงมีภาพลักษณ์ที่เป็นบวกในสายตานักลงทุนต่างชาติ แม้จะต้องเผชิญกับภาวะความไม่สงบทางการเมือง ซึ่งภาคเอกชนทุกฝ่ายต่างคาดหวังว่าภาวะของประเทศจะอยู่ในความสงบ หลังจากผ่านพ้นการเลือกตั้ง ที่กำลังจะจัดขึ้นในไม่ช้านี้

สำหรับธนาคารเอชเอสบีซีมีฐานเงินทุนที่แข็งแกร่ง พบว่าผลกำไรก่อนหักภาษีประจำปี 2553 มีมูลค่าถึง 19 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เติบโตกว่าเท่าตัวจากปีที่ผ่านมา นอกจากนี้เอชเอสบีซียังมีเครือข่ายธนาคารย่อยกว่า 8,000 สาขาทั่วโลก ไว้ให้บริการแก่ลูกค้า ซึ่งขณะนี้กระแสการค้าและธุรกิจระหว่างประเทศกำลังมาแรง เอชเอสบีซีจึงมีนโยบายหลัก มุ่งเน้นการให้บริการปล่อยสินเชื่อ และมอบคำปรึกษาให้กับกลุ่มลูกค้า ผู้ประกอบธุรกิจระหว่างประเทศ โดยจะดึงนักธุรกิจต่างชาติให้เข้ามาลงทุนในไทยเพิ่มมากขึ้น ขณะเดียวกันก็สนับสนุนสินเชื่อให้กับนักธุรกิจไทย ผู้ที่สนใจลงทุนทำธุรกิจยังต่างประเทศ

นายแมทธิว กล่าวด้วยว่า กลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจระหว่างประเทศขนาดกลาง เป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายใหม่ เนื่องจากลูกค้ากลุ่มนี้ มักจะยังไม่ได้รับการบริการสินเชื่ออย่างทั่วถึง ซึ่งเอชเอสบีซีจะเดินหน้าขยายฐานลูกค้าชาวไทย และครองความเป็นเจ้าแห่งการปล่อยสินเชื่อให้กับธุรกิจระหว่างประเทศต่อไป.
 
 


เอชเอสบีซี อัดแคมเปญใหญ่หวังโกย 60,000 บัตรเครดิต ไตรมาส 2 ตั้งเป้าขึ้นแท่นผู้นำบัตรเครดิต

 
บัตรเครดิตเอชเอสบีซี   เผยแผนรุกตลาดบัตรเครดิตครั้งยิ่งใหญ่ประจำปี อัดแคมเปญรับสมาชิกใหม่ต่อเนื่องตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป หวังโกยยอดบัตรใหม่ 60,000 บัตรใน 3 เดือน ประกาศกร้าวพร้อมเป็นผู้นำตลาดบัตรเครดิตในประเทศไทย เล็งยอดทะลุ 450,000 บัตรภายในสิ้นปี
นายวิชิต พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการบริหาร ฝ่ายการตลาดและสื่อสาร ธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย เปิดเผยว่า ในปี 2548 นี้ ธนาคารฯพร้อมรุกตลาดบัตรเครดิตในประเทศไทยอย่างเต็มที่ด้วยกิจกรรมการตลาดและการขายต่อเนื่องที่มีสีสันและเข้มข้นเพื่อดึงดูดใจลูกค้า โดยตั้งเป้าหมายอนุมัติบัตรเครดิตใหม่อีก 60,000   บัตร จากเดิมซึ่งมีอยู่ 350,000 บัตร
"เรามีเป้าหมายที่จะเพิ่มจำนวนบัตรเครดิตเอชเอสบีซี และสร้างให้บัตรเครดิตเอชเอสบีซีเป็นบัตรเครดิตอันดับหนึ่งในใจลูกค้า และเราพร้อมที่จะขึ้นเป็นผู้นำด้านบัตรเครดิตในประเทศไทย ด้วยกิจกรรมการตลาดและการขายอย่างเข้มข้นเพื่อตอบสนองความต้องการและสร้างความพึงพอใจลูกค้าผู้ถือบัตรตลอดทั้งปี" นายวิชิตกล่าว
ล่าสุด เอชเอสบีซีได้ออกแคมเปญใหญ่ บัตรเครดิตเอชเอสบีซีให้คุณมากกว่า "HSBC gives you more" มอบของกำนัลต้อนรับสมาชิกบัตรใหม่ที่ได้รับการอนุมัติบัตรโดยยกเว้นค่าธรรมเนียมแรกเข้าและค่าธรรมเนียมรายปีปีแรกตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปจนถึง 30 มิถุนายน โดยผู้ที่ใช้จ่ายผ่านบัตรใน 1 เดือนหลังจากการอนุมัติ 3,000 บาท สามารถเลือกรับจี้ทองคำหรือกระเป๋าเดินทางล้อเลื่อนน้ำหนักเบา 1 ใบ หากใช้จ่ายครบ 20,000 บาท ภายใน 90 วันหลังจากการอนุมัติบัตรก็จะได้รับตั๋วเครื่องบินไป-กลับภายในประเทศของสายการบิน "นกแอร์" และหากใช้จ่ายครบ 40,000 บาท ภายใน 90 วัน หลังจากการอนุมัติบัตรก็จะได้รับตั๋วเครื่องบินไป-กลับกรุงเทพฯ-สิงคโปร์จาก "สิงคโปร์ แอร์ไลน์ส"
นอกจากนี้สมาชิกบัตรใหม่ทุกท่านจะได้รับสิทธิ์ในการจับรางวัลเพื่อรับเงินเครดิตคืนในบัญชีที่จะมีขึ้น 3 ครั้ง สำหรับเดือนเมษายน พฤษภาคม มิถุนายน ซึ่งหมายความว่ายิ่งสมัครและได้รับการอนุมัติก่อนจะมีสิทธิ์ในการจับฉลากมากกว่า 1 ครั้ง และสูงสุด 3 ครั้ง มีรางวัลเป็นเงินเครดิตคืนในบัญชี โดยรางวัลที่ 1 มูลค่า 100,000 บาท 1   รางวัล และรางวัลที่ 2 เป็นเงินเครดิตคืนในบัญชีมูลค่า 1,000 บาท 100 รางวัล ทุกเดือน รวมเดือนละ 200,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือน
"เราเชื่อมั่นว่า สิ่งที่เรามอบให้เพื่อเป็นการขอบคุณและตอบสนองความต้องการของลูกค้านี้เป็นสิ่งที่เราให้มากกว่าใครในตลาด และด้วยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับพันธมิตรที่แข็งแกร่งที่มีชื่อเสียงและบริการคุณภาพอย่างนกแอร์ และสิงคโปร์ แอร์ไลน์ส จะช่วยเสริมสร้างความสำเร็จของโปรโมชั่นนี้ในอีกทางหนึ่ง
"เอชเอสบีซีเชื่อมั่นว่าตลาดบัตรเครดิตในเมืองไทยยังสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง และพร้อมที่จะลงทุนเพื่อมอบบริการที่ดีให้แก่ลูกค้าโดยเรามีเป้าหมายที่จะเพิ่มจำนวนบัตรเครดิตเอชเอสบีซีในตลาดประเทศไทยได้ 450,000 บัตรภายในสิ้นปีนี้ และเราจะมีการพัฒนาบริการและข้อเสนอที่ดีแก่ผู้ถือบัตรเครดิตเอชเอสบีซีอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อให้ลูกค้าได้รับสิทธิประโยชน์และความพึงพอใจสูงสุด" นายวิชิต กล่าว
มร. เดวิท เลาห์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย สิงคโปร์ แอร์ไลน์ส กล่าวว่า สิงคโปร์ แอร์ไลน์ส มีความยินดี ที่ได้ร่วมกับเอชเอสบีซีในแคมเปญล่าสุด "บัตรเครดิตเอชเอสบีซีให้คุณมากกว่า" ซึ่งเราเชื่อว่าแคมเปญนี้จะมอบสิ่งที่ดีต่าง ๆ ให้กับลูกค้าในประเทศไทย
"ลูกค้าของเอชเอสบีซีทุกท่านมีโอกาสที่จะได้รับบริการชั้นเยี่ยมในเที่ยวบินของสิงคโปร์ แอร์ไลน์ส
ซึ่งสามารถเลือกชมภาพยนตร์ใหม่ล่าสุดจากฮอลลีวู้ด รับทราบข่าวสดจาก CNN เลือกฟังเพลงโปรด หรือ เพลิดเพลินกับการเล่นเกมส์ระหว่างการเดินทางกับ KrisWorld (คริสเวิลด์) ระบบความบันเทิงส่วนตัวใน เที่ยวบินที่เราติดตั้งในทุกที่นั่งทุกชั้นโดยสาร นอกจากนี้สิงคโปร์ แอร์ไลน์ส ยังเป็นสายการบินแรกของโลก ที่จะพร้อมให้บริการด้วยเครื่องบินพาณิชย์ที่ใหญ่ที่สุดในน่านฟ้ารุ่น A380 ในปี 2549 นี้เป็นต้นไป" มร. เดวิท กล่าวเพิ่มเติม
นายพาที สารสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินนกแอร์ กล่าวว่า "สายการบินนกแอร์มีความรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสร่วมมือกับบัตรเครดิตเอชเอสบีซีในการคืนกำไรให้กับลูกค้าของบัตรฯ ด้วยการนำเสนอบริการของนกแอร์ให้กับผู้ถือบัตรเครดิตของเอชเอสบีซีให้มีโอกาสเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทยในจุดหมายปลายทางที่นกแอร์ให้บริการ ซึ่งนับเป็นจุดมุ่งหมายสำคัญของสายการบินนกแอร์ตลอดมาที่ต้องการสนับสนุนกิจกรรมการท่องเที่ยวในประเทศ และการร่วมมือในครั้งนี้กับบัตรเครดิตเอชเอสบีซี จึงนับว่าตรงกับจุดมุ่งหมายของเรา"
นายวิชิต กล่าวเพิ่มเติมว่า   ผู้ถือบัตรเครดิตเอชเอสบีซีจะได้รับสิทธิประโยชน์มากมาย โดยเฉพาะระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยนานถึง 51 วัน   การสะสมคะแนนเพื่อแลกรับของกำนัลในรายการเอชเอสบีซีรีวอร์ดส รับ 1 คะแนนสะสมจากยอดใช้จ่ายผ่านบัตรทุก ๆ 25 บาท ยิ่งเป็นสมาชิกนานก็จะได้รับส่วนลดจากการแลกของรางวัลเพิ่มขึ้น บริการสะสมคะแนนเพื่อแลกรับบัตรโดยสารบินฟรีกับรายการสะสมไมล์ของ Singapore Airlines KrisFlyer หรือ Cathey Pacific's Asia Miles รับส่วนลดจากร้านค้าชั้นนำทั้งในและต่างประเทศกว่า 40 ประเทศทั่วโลกที่ร่วมโปรแกรม Home&Away พร้อมความสะดวกสบายในการชำระเงินค่าบัตรเครดิตกับจุดรับชำระเงินกว่า 9,000 แห่งทั่วประเทศ ได้แก่ เคาน์เตอร์เอชเอสบีซี เคาน์เตอร์ธนาคารพาณิชย์ทั่วประเทศ บริการชำระเงินอัตโนมัติโดยตัดบัญชีเงินฝากธนาคารพาณิชย์ Pay at Post ณ ที่ทำการไปรษณีย์ทั่วประเทศ จุดบริการรับชำระเงินของเคาน์เตอร์ เซอร์วิส Pay Points และร้านเจ มาร์ท เพย์ พอยท์
นอกจากนี้ เอชเอสบีซี ยังได้จัดรายการขอบคุณผู้ถือบัตรอย่างต่อเนื่อง เช่น รายการ รูด...ลุ้นรถกับบัตรเครดิตเอชเอสบีซี สำหรับผู้ถือบัตรที่เติมน้ำมันปั๊มคาลเท็กซ์ เอสโซ่ บางจาก ปิโตรนัส คิวเอท รับ 5 สิทธิ์ และเมื่อใช้จ่ายผ่านบัตร หรือเบิกเงินสดล่วงหน้า รับ 1 สิทธิ์ เพื่อชิงรางวัลรถเชฟโรเลต ออพตร้า และเงินเครดิตคืนรางวัลละ 10,000 บาท   40 รางวัล รวมมูลค่าทั้งสิ้นกว่าหนึ่งล้านบาท และเมื่อเติมน้ำมัน ณ สถานีน้ำมันที่ร่วม   รายการครบ 500 บาท ยังได้รับเซนชะกรีนที ขนาด 300 ม.ล. มูลค่า 13 บาท ฟรี 1 กระป๋องด้วย ตั้งแต่บัดนี้จนถึง 15 พฤษภาคม ศกนี้
 
 

เอสเอชบีซี ขอเชิญร่วมงานแถลงข่าว เรื่อง กิจกรรมทางการตลาดใหม่ล่าสุดของบัตรเครดิตเอชเอสบีซี

 
เอสเอชบีซี ขอเชิญร่วมงานแถลงข่าว เรื่อง กิจกรรมทางการตลาดใหม่ล่าสุดของบัตรเครดิตเอชเอสบีซี

ธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย มีความยินดีขอเรียนเชิญท่าน และ/หรือผู้แทนร่วมงานแถลงข่าวเกี่ยวกับกิจกรรมทางการตลาดใหม่ล่าสุดของบัตรเครดิตเอชเอสบีซี "บัตรเครดิตเอชเอสบีซีให้คุณมากกว่า" โดยคุณวิชิต พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการบริหาร ฝ่ายการตลาดและสื่อสาร โดยมีมร.เดวิท เลาห์ ผู้จัดการทั่วไป สายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ส และคุณพาที สารสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินนกแอร์ ร่วมเป็นผู้แถลงข่าว ในวันศุกร์ที่ 8 เมษายน 2548 เวลา 10.00-12.00 น. ณ โรงแรมคอนราด ห้องลอนดอน
 
 

2 บัตรเครดิตเอชเอสบีซี มอบแพ็กเกจชมศึกกอล์ฟ เอชเอสบีซี แชมเปี้ยนส์ แก่ลูกค้าที่โชคดี

 
บัตรเครดิตเอชเอสบีซี มอบแพ็กเกจชมการแข่งขันกอล์ฟ WGC-HSBC Champions 2010 3 วัน 2 คืน ที่เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน (รวมตั๋วเครื่องบิน ห้องพัก และตั๋วเข้าชมการแข่งขัน) จำนวน 2 รางวัล รวมมูลค่า 280,000 บาท แก่ลูกค้าผู้โชคดีที่ใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเอชเอสบีซีที่ร้านซูเปอร์สปอร์ต และกอล์ฟคลิ๊กทุกสาขา หรือสนามกอล์ฟที่ร่วมรายการ เมื่อเร็ว ๆ นี้

นางสาวปิยะวรรณ ปิยะพงษ์ (ซ้ายสุด) ผู้อำนวยการแผนกพัฒนาธุรกิจบัตรเครดิต ฝ่ายการตลาดและสื่อสาร ธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย และนางสาวจุฑารัตน์ วงศ์สุวรรณ (ขวาสุด) ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายการตลาด บริษัท ซี อาร์ ซี สปอร์ต จำกัด ร่วมแสดงความยินดีกับสมาชิกบัตรผู้โชคดี
 
 

เอชเอสบีซี รุก ธุรกิจสินเชื่อ บุคคล ชูช่องทางออนไลน์ เจาะลูกค้ารายใหม่ พร้อมเสนอโปรโมชั่นสุดเร้าใจ ดอกเบี้ย 11% ต่อปี นาน 11 เดือน

 
ธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย ตั้งเป้ารุกธุรกิจสินเชื่อบุคคล จับกระแสการบริโภคภายในประเทศที่เติบโตตามเศรษฐกิจ มุ่งใช้ช่องทางออนไลน์ช่วยขยายลูกค้ารายใหม่ พร้อมเสนอโปรโมชั่นสุดเร้าใจ อัตราดอกเบี้ยสุดพิเศษ 11% ต่อปี นาน 11 เดือน
นายวิชิต พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการบริหาร ฝ่ายบุคคลธนกิจ ธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย กล่าวว่า จากภาวะเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ได้ส่งผลดีต่อตลาดสินเชื่อบุคคลโดยรวม เนื่องจากความต้องการอุปโภคบริโภคที่เพิ่มขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจ ทำให้มีความต้องการสินเชื่อเพิ่ม โดยในปีที่แล้ว พบว่า สินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภคของประเทศไทยขยายตัวเพิ่มจากปีก่อนหน้านี้ร้อยละ 17.7%
นายวิชิต กล่าวว่า “เอชเอสบีซี คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2554 นี้ จะขยายตัวต่อเนื่อง โดยอัตราการเติบโตจะอยู่ที่ร้อยละ 5.3 ทั้งนี้ ความต้องการบริโภคของประชาชนจะอยู่ในระดับสูง ซึ่งจะส่งผลให้ตลาดสินเชื่อบุคคลในปีนี้มีโอกาสเติบโตได้อีก ทางธนาคารเอชเอสบีซี จึงต้องการจับกระแสเศรษฐกิจดังกล่าว ด้วยการขยายช่องทางออนไลน์และออกแคมเปญอัตราดอกเบี้ยสุดพิเศษเพื่อรุกสินเชื่อบุคคลอย่างเต็มที่ ล่าสุด ธนาคารเอชเอสบีซี ได้เปิดตัวแคมเปญสินเชื่อบุคคลที่มอบอัตราดอกเบี้ยที่ถือว่าต่ำที่สุดในตลาดขณะนี้ คือ 11% ต่อปี เป็นเวลา 11 เดือน สำหรับลูกค้าที่สมัครใช้บริการสินเชื่อบุคคลเอชเอสบีซีทาง www.hsbc.co.th และได้รับอนุมัติวงเงินเกินกว่า 80,000 บาทขึ้นไป ด้วยระยะเวลาผ่อนชำระมากกว่า 36 เดือน โดยแคมเปญดังกล่าวเริ่มแล้วตั้งแต่วันนี้ - 31 มีนาคมศกนี้”
“ช่องทางออนไลน์เป็นช่องทางใหม่ที่มีโอกาสการเติบโตสูง เนื่องจากเป็นช่องที่เข้าถึงกลุ่มลูกค้าซึ่งปัจจุบันมีพฤติกรรมการหาข้อมูลและซื้อสินค้าทางออนไลน์มากขึ้น อีกทั้งยังเป็นช่องทางที่สะดวกรวดเร็ว โดยลูกค้าสามารถกรอกข้อมูลสมัครขอสินเชื่อจากที่ใดและเวลาใดก็ได้ จากนั้นรอผลการอนุมัติภายใน 3 วันทำการ ภายหลังจากส่งเอกสารครบถ้วน นอกจากนี้ ยังเป็นช่องทางที่สอดคล้องกับพฤติกรรมลูกค้าสินเชื่อที่ส่วนใหญ่ที่ต้องการความเป็นส่วนตัว” นายวิชิต กล่าวเสริม
ปริมาณการสมัครสินเชื่อบุคคลทางออนไลน์ได้เติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ ธนาคารเอชเอสบีซีตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มจำนวนสินเชื่อที่สมัครผ่านช่องทางออนไลน์ในปีนี้เพิ่มเป็นเท่าตัวจากปีที่ผ่านมา นายวิชิต กล่าวเพิ่มเติม
สินเชื่อบุคคล เอชเอสบีซี มอบวงเงินอนุมัติสูงสุด 5 เท่าของเงินเดือน และทางเลือกในการผ่อนชำระนานสูงสุด 60 เดือน และยังมอบความสะดวกในการผ่อนชำระผ่านเคาน์เตอร์หรือหักบัญชีธนาคารเอชเอสบีซี จุดบริการรับชำระเคาน์เตอร์เซอร์วิส เจมาร์ท เพย์พอยท์ ทีโอที บลิสเทลช็อป เพย์สเตชั่น และสำนักบริการเอไอเอสทุกสาขา

Tags: สิน เชื่อ, สิน เชื่อ บุค คล, อัตรา ดอก เบี้ย, เอช เอส บี, เอช เอส บี ซี
 
ธนาคาร
- ตรวจเครดิตบูโร ได้ที่ไหนบ้าง?
- เครดิตบูโรลดเวลาเก็บประวัติข้อมูลเครดิตลูกค้าเหลือ2ปี
- สินเชื่อธนาคาร โปรโมชั่นพิเศษ 2018
- เคล็ด(ไม่) ลับของการขอสินเชื่อหมุนเวียนธุรกิจ
- ปิดเครดิตบูโรแล้ว ทำไงจะ ลบข้อมูลชื่อเราออกจากเครดิตบูโรได้
- มีหนี้อยู่ ขอสินเชื่อใหม่ได้ไหม ?
- ข้อดีของ สินเชื่อเพื่อการโอนหนี้
- ดอกเบี้ยรถ VS ดอกเบี้ยบ้าน คิดต่างกันยังไง
- บัตรเครดิต กับบัตรกดเงินสดแบบไหนคุ้มค่ากว่ากัน
- ชาวเน็ตโวย ธนาคารแอบผูกบัญชีพร้อมเพย์
ดูทั้งหมด

Copyright (2010) Capital Advance Company Limited. - All Rights Reserved.
Company address: 50/8-9 Metalion Tower2, 7th Fl., Rama 1 Rd.Pathumwan Bangkok 10330 Thailand
Tel.: 02-6124445, 02-6125556 Fax: 02-6124446-7
สินเชื่อ, เงินกู้, โอนหนี้
นโยบายความเป็นส่วนตัว (Privacy Policy)
Engine by MAKEWEBEASY